วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

บทที่หนึ่ง: การเริ่มต้นที่เงียบงัน


ท้องฟ้าสีคราม สายลมอ่อนๆที่พัดไหวผ่านยอดหญ้าที่เขียวขจี แดดอ่อนๆแสดงถึงวันที่ปกติสุขดังเช่นทุกๆวันในเมืองเล็กๆที่ห่างไกลจากความวุ่นวาย เมืองแห่งอารยธรรมโบราณที่ครั้งอดีตกาลเคยมีมหาสงครามแบ่งแยกอาณาจักรสามแห่งนั่นก็คือ เรเซล เฟริส และ ยามาโตะ เมืองแห่งนี้มีชื่อว่า เทรวิล เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการตีดาบและเกราะเหล็ก ซึ่งขึ้นตรงต่ออาณาจักรแห่งเรเซล ผู้คนในเมืองนี้อาศัยกันอยู่ไม่มากนัก ส่วนมากจะทำอาชีพที่เรียกว่า ช่างตีดาบ กันเป็นซะส่วนใหญ่แต่ก็ไม่ใช่เสียทั้งหมดเลยทีเดียวที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น ช่างตีดาบเทวะ เมืองแห่งนี้ผู้ที่ได้รับสมญานามแห่งกษัตริย์ว่าเป็น ช่างตีดาบเทวะนั้น มีเพียงแค่หยิบมือ
ยามเย็นได้มาเยือนเมืองที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นของเหล็ก ลมอ่อนๆที่พัดไหวแรงขึ้น ได้นำใบแห่งยาคาซิลพัดพานไปทั่วชั้นบรรยากาศ สีของยาคาซิลนั้นเป็นสีส้มระเรื่อราวกับใบพวกนั้นกลืนแสงยามย็นของดวงอาทิตย์ไปซะเกือบทั้งหมด ใบหนึ่งนั้นได้พัดผ่านไประนาบนิ่งอยู่บนปลายจมูกของเด็กชายคนหนึ่ง 
ฮัดชิ้ว อ๊ะ เย็นขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย!” เด็กชายอุทานออกมาอย่างตกใจแย่แล้ว! จะโดนอาจารย์ว่าขนาดไหนกันเนี่ย!!” เด็กชายผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะอาการสับสนและกล่าวขึ้น 
ไรโอ เฮ้ เย็นแล้วนะ เจ้ามาอยู่ตรงนี้นานขนาดไหนกันเนี่ย เอ๊ะ นี่เจ้าหลับสินะ รู้ไหมเนี่ย อาจารย์เรียกใช้งานเจ้าตั้งแต่บ่ายแล้ว นี่ตาบ้า ชั้นไม่รู้ด้วยแล้วน๊ะ!” เสียงใสๆที่ดังมาแต่ไกล แหวกผ่านอากาศตรงสู่โสตประสาทรับเสียงของไรโอ 
ไรโอ หรือ ไรโอ เซซิล ทราวิส เด็กหนุ่มตาเขียวมรกต ผมสีน้ำตาลเข้ม ผิวสีขาวเหลือง  รูปร่างของเขานั้นจัดได้ว่าสมส่วน มิได้ใหญ่ล่ำสันหรือบอบบางจนเกินไป นัยน์ตาของไรโอนั้นสุกสว่างเมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าได้ส่องผ่าน สีมรกตนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มดูอบอุ่นดูราวกับว่าพร้อมที่จะโอบกอดโลกทั้งโลกไว้ได้เลยทีเดียว ไรโอเสียพ่อและแม่ของเขาในมหาสงครามแบ่งแยกอาณาจักรเมื่อสิบสองปีที่แล้ว ตอนนี้ไรโอได้อาศัยอยู่กับช่างตีดาบเทวะนาม เรฟิลร์ ฮอร์ค เรเซล ในฐานะลูกศิษย์และน้องชายบุญธรรมของนาง 
รู้แล้วน่า หลิน เสียงทุ้มต่ำที่แสดงถึงความขุ่นมัวในอารมณ์ของไรโออาจารย์เรฟิลร์รอเจ้าตั้งแต่บ่ายแล้วนะ เนี่ยต้องให้ข้ามาตามหาตัวเจ้า รู้ไหมเนี่ยว่าเจ้าได้สร้างความเหนื่อยหน่ายให้ข้าขนาดไหนกัน ตาบ้านี่ ตะแต่ก็ระรีบกลับไปกับข้าได้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน มะไม่ ไม่ใช่ว่าชั้นกลัวความมืดหรอกนะ เพียงแต่ไม่อยากให้เจ้าโดนดุไปมากกว่านี้แค่นั้นแหล่ะ!” เด็กหญิงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองใจแต่ว่าหน้าของเจ้าหล่อนนั้นกลับก้มลงพร้อมแก้มกลายเป็นสีแดงระเรื่อ 
เด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับไรโอ เธอคนนี้มีนามว่า หลิน หรือ หลิน เอริลยา ทราวิส บุตรีแห่งตระกูลผู้ปกครองเมืองเล็กๆแห่งนี้ บิดา เทย์ เอริลยา ทราวิส และมารดา เฟย เอริลยา ทราวิส เด็กสาวนัยน์ตาสีแดงทับทิม ผมสีน้ำตาลอ่อน ผิวสีขาวแดงระเรื่อ รูปร่างเล็กแต่ก็ไม่ได้ผอมเพรียวบางไปเลยซะทีเดียว รูปร่างสมส่วนดูดีในแบบที่หญิงสาวสมควรจะเป็น มีใบหน้าที่เพรียวบางและปากที่เล็ก ริมฝีบางสีชมพูนวลผ่อง กำลังก้มหน้าแดงรอคำตอบของไรโออยู่อย่างตั้งใจ 
อ่า ไปกันเถอะ ไรโอลุกขึ้นเปลี่ยนจากอากัปกริยาจากการนั่งยืดขาออกไปข้างหน้าสองข้างเป็นท่ายืนอย่างทันที พร้อมกับปัดฝุ่น เศษใบและกลีบของดอกยาคาซิลที่แผ่ปกคลุมกว้างออกไปทั่วพื้นหญ้าแทนที่สีเขียวขจีด้วยสีแสดอ่อนๆของพวกมัน 
จะโดนอะไรมั่งล่ะเนี่ย เฮ้อ…” ไรโอโอดครวญออกมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ใครใช้ให้นายมาแอบหลับตรงนี้ล่ะ ตาบ้านี่ ระระรอบหน้า ถะถ้าจะนอนพักก็ๆบอกด้วยแหล่ะว่าไปนอนที่ไหน ข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยตามหาเจ้าไปทั่วแบบนี้อีก ละละแล้ว แล้วก็…” หลินกล่าวประโยคที่ฟังดูขัดแย้งในตัวเองอย่างสิ้นเชิงออกมา 
หา ก็อะไรเล่าไรโอบ่นพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงอิดออดจะจะจับมือจับมือข้าไว้ล่ะ มะไม่ใช่ๆข้าอยากจะจับหรอกนะ แค่ไม่อยากให้เจ้าเดินหลงทางน่ะ เพราะนี้ก็มืดแล้ว ละละแล้ว ก็ไม่ใช่เพราะว่าข้ากลัวความมืดหรอกน๊ะ! รู้ไว้ซะด้วย! ฮึ!” หลินพูดออกมาด้วยหน้าตาที่บึ้งตึงแต่แก้มของเธอนั้นก็ยังคงเป็นสีแดงระเรื่ออยู่เช่นเดิม 
รู้แล้วน่า รู้แล้ว ไม่กลัวก็ไม่กลัวแหล่ะไรโอกล่าวพร้อมกับเอื้อมมือขวาออกไปกำมือซ้ายของหลินอย่างนุ่มนวลแต่ก็แข็งแรงพอที่จะยึดมือของทั้งคู่ไว้ด้วยกันได้ 
ระรู้ไว้ก็ดีแล้ว หลินกล่าวพร้อมกลับก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
จับมือข้าไว้ตลอดทางเลยนะ ไรโอ…” คำพูดแผ่วเบาอีกประโยคที่หลินกล่าวออกมาไม่เต็มเสียง 
หือ ว่าอะไรนะ หลิน ไรโอทักเมื่อได้ยินประโยคที่ตนเองฟังไม่ชัดเจนปะปล่าว ดะเดินดูทางดีๆแหล่ะ ตาบ้า!” หลินพูดออกไปแก้ความเขินอายของตัวเธอเอง
(ยังมีต่อจ้า) 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น